posted on 13 Jul 2010 15:14 by tan-ta-wan
น้ำชาลดกลิ่นปาก และป้องกันฟันผุ
น้ำชาลดกลิ่นปากและป้องกันฟันผุ (MIX)
นอกจากชาจะมีคุณประโยชน์ในการช่วยล้างไขมันแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการช่วยลดกลิ่นปากและป้องกันฟันผุอีกด้วยครับ
ที่บอกแบบนี้ก็เพราะ ในน้ำชามีตัวยาที่ทำลายเชื้อโรคได้ จึงทำให้การดื่มชาเข้าไปจะช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกับโรคไปพร้อม ๆ กับทำลายล้างเชื้อโรคได้ ไม่ว่าจะเป็นชาดำหรือชาเขียวก็ตาม แต่ในชาเขียวจะสามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม หากชานั้นถูกสกัดคาเฟอีนทิ้ง ก็จะเห็นผลน้อยมาก ส่วนสารอีกอย่างซึ่งมีชื่อว่า โพลีฟีนอล ซึ่งมีอยู่ในชา ก็มีสรรพคุณยับยั้งเชื้อโรคที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก รวมทั้งยังรักษาสุขภาพของปากและฟัน โดยมันจะฆ่าฤทธิ์สารประกอบที่ทำให้ปากเหม็น ซึ่งเชื้อโรคสร้างไว้ครับ
posted on 12 Jul 2010 14:47 by tan-ta-wan
วิธีเสริมกำลังใจ ในยามทุกข์
มนุษย์เราทุกคนเมื่อเกิดมาย่อมต้องการความรัก ความอบอุ่น ความสุขสมหวัง ความสำเร็จ ความร่ำรวย ตลอดจนร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็มิใช่ว่าจะประสบความสุขสมหวังเสมอไป บางครั้งอาจจะต้องประสบกับความผิดหวังในสิ่งที่พึงปรารถนาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม บางคนก็สามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ แต่ก็มีหลายรายที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตามที่คาดหวังไว้ ผู้ที่ขาดกำลังใจนั้นมักจะมีความรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ หดหู่ เซื่องซึม ไม่กระตือรือร้นจะทำกิจกรรมใดๆ
ข้อมูลจากข่าวสารกรมสุขภาพจิต แนะนำว่า
ขอให้ผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะโรคขาดกำลังใจหรือผู้ใกล้ชิดพยายามค้นหา ใคร่ครวญ ตรึกตรอง พินิจพิจารณาถึงสาเหตุแห่งความผิดหวังหรือความล้มเหลว ซึ่งอาจจะประเมินสาเหตุสำคัญต่างๆ ได้ดังนี้
ด้านร่างกาย อาจเป็นเพราะสุขภาพร่างกายอ่อนแอ มีโรคเรื้อรัง มีสิ่งแวดล้อมหรือการปฏิบัติที่มีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจ ก็ควรหาทางปรับปรุงแก้ไขหรือคิดในเชิงบวกให้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ
ด้านจิตใจ อาจแบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1.สามารถรู้ตัวปัญหา และรู้ว่าปัญหานั้นมีสาเหตุจากอะไรได้แต่ไม่สามารถขจัดหรือแก้ไขปัญหานั้นได้ จึงเกิดการไม่สบายใจหรือไม่ได้สิ่งที่พึงปรารถนา 2.บางคนไม่รู้ตัว ไม่รู้สาเหตุ เงินทองมีพอใช้ ตำแหน่งหน้าที่การงานดี แต่เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ หรือความเปล่าเปลี่ยว ท้อแท้ อ้างว้างอยู่ภายในโดยไม่ทราบสาเหตุ
ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ปัญหาหัวหน้าลูกน้อง ปัญหาเพื่อนฝูง ระหว่างคนต่อคน หรือระหว่างคนต่อหลายคน ทำให้เกิดความท้อแท้ได้
โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ แนะนำวิธีที่จะทำให้เกิดกำลังใจไว้ 8 ประการคือ
1.ก่อนอื่นต้องพยายามหาสาเหตุเสียก่อนว่า การที่เราไม่มีกำลังใจนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร แล้วพยายามหาทางปรับปรุงแก้ไขและยอมรับเสีย
2.อย่าคิดหรืออย่ามองว่าตัวเองเป็นคนมีปัญหาไร้ความสามารถ คนอื่นที่เขามีปัญหาไร้ความสามารถมากกว่าเราก็ยังมีควรพยายามตั้งใจกระทำใหม่
3.อย่ามัวหมกมุ่นอยู่คนเดียว ลองพูดคุยกับผู้ที่เราไว้ใจหรือเชื่อถือ อย่างน้อยก็เป็นการระบายความอัดอั้นตันใจของเราได้ และเราอาจจะได้รับคำแนะนำ ชี้แนะ จากเขาผู้นั้นได้
4.มองโลกในแง่ดี พยายามทำจิตใจให้สดชื่น อะไรต่างๆ ก็จะดูดีขึ้น
5.อ่านหนังสือดีๆ อาจจะได้รับความรู้ สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น และยังทำให้เราเกิดความเพลิดเพลินอีกด้วย
6.ออกกำลังกายตามที่ท่านชอบและถนัด ซึ่งอาจจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย
7.พยายามอย่าปล่อยให้มีเวลาว่างมากเกินไป ควรหางานอดิเรกทำ เช่น หัดทำกับข้าว เย็บปักถักร้อย ทำสวนครัว ฯลฯ เพราะเราอาจจะสนุกไปกับงานเหล่านั้น
8.เมื่อตื่นนอน ควรรีบลุกจากที่นอนทันที ควรมีแผนการทำงานของแต่ละวันและทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง ตั้งใจที่จะกระทำกิจกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง
จากวิธีการที่กล่าวมาข้างต้น อาจจะทำให้ท่านที่ขาดกำลังใจกลับมามีกำลังใจขึ้นใหม่ ซึ่งจะส่งผลทำให้ชีวิตของท่านมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
*ข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต
posted on 12 Jul 2010 00:46 by tan-ta-wan
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหลักสูตร
ความหมายของหลักสูตร
คำว่าหลักสูตร ( Curriculum ) มีความหมายได้หลายอย่าง เมื่อศึกษาความหมายของหลักสูตรตามนิยามที่มีผู้ให้ไว้ สามารถจัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มองหลักสูตรว่าเป็นสิ่งที่คาดหวัง (Intended) กลุ่มที่มองหลักสูตรว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง (Actualzed) และกลุ่มที่มองหลักสูตรครอบคลุมทั้งสองกลุ่มที่กล่าวมา กลุ่มที่มองหลักสูตรว่าเป็นสิ่งที่คาดหวังได้แก่กลุ่มที่ให้ความหมายว่าหลักสูตรคือวิชาและเนื้อหาวิชา หลักสูตรเป็นโปรแกรมการศึกษา หลักสูตรเป็นเอกสาร และที่หมายถึงหลักสูตรแม่บท ส่วนกลุ่มที่มองหลักสูตรว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้แก่กลุ่มที่ให้ความหมายว่าหลักสูตรคือประสบการณ์ ดังเขียนเป็นแผนภาพ ดังนี้ ( บุญชม ศรีสะอาด. 2546, 7)
ความหมายของหลักสูตร
กลุ่มที่มองหลักสูตรว่าเป็นสิ่งที่คาดหวัง
กลุ่มที่มองหลักสูตรว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
หลักสูตรคือประสบการณ์
หลักสูตรคือวิชาและเนื้อหาวิชา
หลักสูตรเป็นโปรแกรมการศึกษา
หลักสูตรเป็นเอกสาร
หลักสูตรเป็นแม่บท
แสดงขอบเขตความหมายของหลักสูตร
จากความหมายของหลักสูตรที่ได้กล่าวมาจะเห็นว่า หลักสูตรมีความหมายได้หลายอย่าง ทุกอย่างล้วนเป็นความหมายที่ถูกต้อง บางคนจึงนิยามให้หลักสูตรครอบคลุมความหมายทั้งหมดเหล่านั้น เช่น ศูนย์พัฒนาหลักสูตร แบ่งหลักสูตรออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ( กรมวิชาการ. 2523 : 1 )
1. หลักสูตรแม่บท คือข้อกำหนด แนวทางจุดหมายและโครงสร้างเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่กำหนดให้โรงเรียนต่างๆปฏิบัติตาม ผู้ที่กำหนดหลักสูตรส่วนนี้คือ กระทรวงศึกษาธิการ
2. เอกสารประกอบหลักสูตรและวัสดุการเรียน สื่อการสอนต่างๆ เช่น คู่มือครู แผนการสอน หนังสือเรียน ตำรา อุปกรณ์การสอน แบบฟอร์มต่างๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จัดทำโดยนักวิชาการหลายระดับ เช่น กรมวิชาการ เขตการศึกษา จังหวัด อำเภอ และแม้แต่โรงเรียนและเอกชนก็ทำขึ้นได้ เพียงแต่ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแม่บท และมีความสะดวกเหมาะสมที่จะนำไปใช้ประกอบการเรียน บางอย่างอาจเป็นของเก่าที่มีอยู่แล้ว และบางอย่างอาจต้องทำขึ้นใหม่
3. กิจกรรม ได้แก่ การปฏิบัติ เช่น การบริหารหลักสูตร การบริหารทางวิชาการ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการสอบการวัดผล เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้มีผู้ปฏิบัติหลายฝ่าย
จากการที่คำว่า “หลักสูตร” มีความหมายได้หลายอย่าง การพูดถึงหลักสูตรจึงต้องสร้างความกระจ่างชัดเสียก่อนว่าพูดในความหมายใด ( บุญชม ศรีสะอาด. 2546, 10-11)
องค์ประกอบของหลักสูตร
หลักสูตรมีองค์ประกอบพื้นฐาน 4 องค์ประกอบ คือ
1. จุดประสงค์
2. สาระความรู้ประสบการณ์
3. กระบวนการเรียนการสอน
4. การประเมินผล
ในการพัฒนาหลักสูตรและการสอนจะต้องดำเนินการพัฒนาในองค์ประกอบพื้นฐานทั้ง 4 ตามลำดับ กล่าวคือจะเริ่มต้นที่การกำหนดจุดประสงค์หรือความมุ่งหมายซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางและขอบเขตในการให้การศึกษา เป็นความคาดหวังที่ต้องการให้ผู้เรียนมีหรือปฏิบัติได้ จากนั้นก็ทำการพิจารณาว่า การที่จะสามารถบรรลุจุดประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่ และในระดับใด จะต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร
องค์ประกอบที่เต็มรูปของหลักสูตรมีมากกว่า 4 องค์ประกอบ โดยจะมีส่วนที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานดังที่ได้กล่าวมาแล้ว 4 องค์ประกอบ และเพิ่มองค์ประกอบอื่นๆอีก ได้แก่ จุดหมาย หลักการ โครงสร้าง มาตรฐานการเรียนรู้ การประกันคุณภาพของหลักสูตร และสื่อการเรียน ดังกล่าวตามลำดับ ( บุญชม ศรีสะอาด. 2546, 11)
edit @ 12 Jul 2010 00:50:18 by Tantawan